ชื่อเรื่อง                             การพัฒนารูปแบบการบริหารงานวิชาการ  วิทยาลัยการอาชีพชุมแพ  โดยใช้หลักการมีส่วนร่วม

ผู้วิจัย                               นายวรเวทย์  บุญมา

สถานศึกษา                       วิทยาลัยการอาชีพชุมแพ

บทคัดย่อ

               การจัดการศึกษาให้มีคุณภาพและประสิทธิภาพเป็นภารกิจหลักของสถานศึกษา  และคุณภาพของการศึกษาจะเกิดขึ้นได้ต้องอาศัยความร่วมมือขององค์กรในสังคมทุกภาคส่วน  รวมทั้งการมีส่วนร่วมจากผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกฝ่าย  เข้ามามีบทบาท มีส่วนร่วมในการจัดการศึกษา   ดังนั้นในการวิจัยครั้งนี้   จึงมีความมุ่งหมายเพื่อ 1) พัฒนารูปแบบการบริหารงานวิชาการ  วิทยาลัยการอาชีพชุมแพ โดยใช้หลักการมีส่วนร่วม  2)ประเมินประสิทธิภาพ รูปแบบ การบริหารงานวิชาการ วิทยาลัยการอาชีพชุมแพโดยใช้หลักการมีส่วนร่วม และ 3)เพื่อประเมินความพึงพอใจของผู้บริหาร  ครู  นักเรียน  นักศึกษา  และผู้ปกครอง  ต่อการใช้รูปแบบการบริหารงานวิชาการ  วิทยาลัยการอาชีพชุมแพ  โดยใช้หลักการมีส่วนร่วม  กลุ่มเป้าหมายได้แก่  ผู้บริหาร  ครู  คณะกรรมการบริหารสถานศึกษา  นักศึกษา  และผู้ปกครองของนักศึกษา  จำนวน  96  คน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย  ได้แก่ แบบตรวจสอบคุณภาพรูปแบบการบริหารงานวิชาการแบบประเมินการมีส่วนร่วมในการพัฒนาการบริหารงานวิชาการ  และแบบสอบถามความพึงพอใจต่อรูปแบบบริหารงานวิชาการ  หาค่าความตรงโดยใช้ค่าเฉลี่ยของผู้เชี่ยวชาญ  ซึ่งมีค่าเฉลี่ยตั้งแต่  4.20 – 4.62, 4.31- 4.65,  และ  4.20 – 4.60  ตามลำดับ  มีค่าความความเชื่อมั่นทั้งฉบับเท่ากับ  .80,  .87,  และ .83  ตามลำดับ สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล  คือ  ร้อยละ  ค่าเฉลี่ย  ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน  ผลการวิจัยพบว่า  

1.  รูปแบบการบริหารงานวิชาการ วิทยาลัยการอาชีพชุมแพ  ที่พัฒนาขึ้นในครั้งนี้  แบ่งเป็น  3  ด้าน  ดังนี้ 

                  ด้านที่ 1 ขอบข่ายและภารกิจของงานวิชาการ      ประกอบด้วย    แผนกวิชา งานพัฒนาหลักสูตรการเรียนการสอน  งานวัดผลและประเมินผล  งานวิทยบริการและห้องสมุด งานอาชีวศึกษาระบบทวิภาคี  งานสื่อการเรียนการสอน

                 ด้านที่ กระบวนการบริหารงานวิชาการประกอบด้วยการวางแผนงานวิชาการ   การนำแผนไปปฏิบัติ  การตรวจสอบประเมินผล   และการปรับปรุงงานวิชาการ                        

                 ด้านที่ 3วิธีการดำเนินงานของฝ่ายวิชาการ  ประกอบด้วย  การมีส่วนร่วมในการค้นหาปัญหา และสาเหตุของปัญหา  การมีส่วนร่วมในการวางแผนปฏิบัติการ  การมีส่วนร่วมในการนำแผนไปปฏิบัติการ  และการมีส่วนร่วมในการประเมินผล

2.  ผลการประเมินความเหมาะสมของรูปแบบการบริหารงานวิชาการวิทยาลัยการอาชีพชุมแพ  โดยใช้หลักการมีส่วนร่วม  ทั้ง  3 ด้าน  พบว่า  ความเหมาะสมโดยรวม  อยู่ในระดับมาก  ( = 4.44,  S.D.  =  0.47)  เมื่อพิจารณาเป็นรายด้าน   พบว่า  ด้านที่มีความเหมาะสมมากที่สุด  คือ  ด้านวิธีดำเนินงานของฝ่ายบริหารวิชาการ อยู่ในระดับมากที่สุด  ( = 4.56,  S.D. = 0.84)   รองลงมาคือ  ด้านขอบข่ายและภารกิจของงานวิชาการ  อยู่ในระดับมากที่สุด  ( = 4.53,  S.D = 0.45)  และด้านที่มีเหมาะสมน้อยที่สุด  คือ  กระบวนการบริหารงานวิชาการ  ( = 4.24,  S.D. = 0.79)   

3.  ความพึงพอใจของผู้บริหาร  ครู  นักศึกษา  และผู้ปกครอง  ที่มีต่อรูปแบบการบริหารงานวิชาการ  ของวิทยาลัยการอาชีพชุมแพ  โดยใช้หลักการมีส่วนร่วม  โดยรวมอยู่ในระดับมาก  ( = 4.50,  S.D. = 0.67)  เมื่อพิจารณาเป็นรายด้าน  พบว่า  ความพึงพอใจต่อด้านกระบวนการบริหารงานวิชาการ  อยู่ในระดับมากที่สุด  ( = 4.58,  S.D. = 0.73)   ด้านวิธีดำเนินงานของฝ่ายบริหารวิชาการ  อยู่ในระดับมาก  ( = 4.41,  S.D. = 0.88)  และด้านขอบข่ายและภารกิจของงานวิชาการ  อยู่ในระดับมาก  ( = 4.53,  S.D. = 0.63)

                 โดยสรุป  รูปแบบการบริหารงานวิชาการที่ดี  เหมาะสมและมีประสิทธิภาพนั้น  สามารถทำให้การจัดการศึกษาเป็นไปอย่างมีคุณภาพ  ซึ่งการจัดการศึกษาอย่างมีคุณภาพนั้นจำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือจากหลาย ๆ ฝ่าย  ทั้งผู้บริหาร ครู  นักเรียน นักศึกษา ผู้ปกครอง ชุมชน และท้องถิ่น ในมีการดำเนินงานอย่างจริงจังเป็นระบบ  และต่อเนื่องเป็นรูปธรรม  อันจะส่งผลให้คุณภาพของการจัดการศึกษาดำรงอยู่ต่อไปอย่างยั่งยืน